|
|
| ||||||
|
|
| ||||||
|
| 9. | ||||||
| 10. | 11. | 12. | ||||||
| 13. | 14. | 15. | ||||||
| 16. | 17. | 18. | ||||||
| 19. | 20. | 21. | ||||||
| 22. | 23. | 24. | ||||||
| 25. | 26. | 27. | ||||||
| 28. | 29. | 30. | ||||||
| 31. | 32. | 33. | ||||||
| 34. | 35. | 36. |
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลปธรรมรังษี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลปธรรมรังษี แสดงบทความทั้งหมด
หลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทพนมดิน จ.สุรินทร์
คลิกที่ชื่อ ! ดูรายละเอียดองค์พระ
เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน
|
พระเหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นแซยิค ๘๔ ปี ๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน # ๗๕๙ เนื้อ 3 กษัตริย์
| |||
รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481 หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต ------------------------------------------------------------------------------------------- |
เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี เนื้อตะกั่ว รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน
พระเหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน # ๓๕๓ เนื้อ ตะกั่ว
| |||
รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481 หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต ------------------------------------------------------------------------------------------- |
เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี เนื้อทองแดง รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน
พระเหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน เนื้อ ทองแดง
| |||
รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481 หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต ------------------------------------------------------------------------------------------- |
รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหาโชค ๑๐๒๘
|
พระ รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหาโชค ๑๐๒๘
| |||
รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481 หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต ------------------------------------------------------------------------------------------- |
รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหามงคล ๒๕๑
|
พระ รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหามงคล ๒๕๑
| |||
รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481 หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต ------------------------------------------------------------------------------------------- |
รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหามงคล ตอกโค้ดพระยานาค
พระ รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหามงคล ตอกโค้ดพระยานาค # ๘๓
| |||
รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481 หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต ------------------------------------------------------------------------------------------- |
รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหาโชค ๔ ต.ค.๔๐
พระ รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหาโชค ๔ ต.ค.๔๐
| |||
รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481 หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต ------------------------------------------------------------------------------------------- |
ขุนแผน หลวงปู่ธรรมรังสี หลังอุดผง พิมพ์ใหญ่ เนื้อ โลหะ
พระ ขุนแผน หลวงปู่ธรรมรังสี หลังอุดผง พิมพ์ใหญ่ เนื้อทองแดงใต้บาดาล
| |||
รายละเอียด:
พระขุนแผนเนื้อทองแดงใต้บาดาล ตอกโค๊ตในซอกแขนซ้ายองค์พระ สร้างวาระผ้าป่าปี ๒๕๔๘ ปลุกเสกที่วัดละหารไร่ ปลุกเสกโดย หลวงปู่ธรรมรังษี, อาจารย์สาคร วัดหนองกรับ, อาจารย์สิน วัดละหารใหญ่ มีผู้นำไปทดลองยิง ปรากฎยิงไม่ออก ทั้งเป็นเมตตามหานิยมจัด ด้านหลังบรรจุผงพรายกุมารผสมน้ำมันพญาเสือโครงและเศษกรามช้างน้ำของหลวงปู่ทิม |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


