แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลปธรรมรังษี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลปธรรมรังษี แสดงบทความทั้งหมด

หลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทพนมดิน จ.สุรินทร์

คลิกที่ชื่อ ดูรายละเอียดองค์พระ
เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี
รุ่นแซยิค ๘๔ ปี ๒๕๔๖
เลข ๗๕๙ เนื้อ 3กษัตริย์
ราคา บูชาแล้ว
1.
เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี
รุ่นแซยิค ๘๔ ปี ๒๕๔๖
เลข ๓๕๓ เนื้อ ตะกั่ว
ราคา บูชาแล้ว
2.
เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี
รุ่นแซยิค ๘๔ ปี ๒๕๔๖
เนื้อ ทองแดง
ราคา 
3.
รูปหล่อเหมือนหลวงปู่ธรรมรังษี
รุ่น มหามงคล
โค้ด พระยานาค #๘๓
ราคา บูชาแล้ว
4.
รูปหล่อเหมือนหลวงปู่ธรรมรังษี
รุ่น มหามงคล
# ๒๕๑
ราคา
5.
พระขุนแผน ลป.ธรรมรังษี
เนื้อทองแดงใต้บาดาล
หลังบรรจุผงพรายกุมาร
ราคา บูชาแล้ว
6.
รูปหล่อเหมือนหลวงปู่ธรรมรังษี
รุ่น มหาโชค ปี ๔๐
# ๑๐๒๘  นวะ
ราคา 
7.
รูปหล่อเหมือนหลวงปู่ธรรมรังษี
รุ่น มหาโชค ปี ๔๐
ทองแดง
ราคา บูชาแล้ว
8.
9.
10.11.12.
13.14.15.
16.17.18.
19.20.21.
22.23.24.
25.26.27.
28.29.30.
31.32.33.
34.35.36.

เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน





พระเหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นแซยิค ๘๔ ปี ๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน                                          # ๗๕๙        เนื้อ  3 กษัตริย์

รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ


ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี

หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481

หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม

หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป

พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต

-------------------------------------------------------------------------------------------




เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี เนื้อตะกั่ว รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน





พระเหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน                                       # ๓๕๓           เนื้อ  ตะกั่ว

รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ


ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี

หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481

หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม

หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป

พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต

-------------------------------------------------------------------------------------------




เหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี เนื้อทองแดง รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน





พระเหรียญหลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นแซยิค ๘๔ ปี๒๕๔๖ วัดพระพุทธบาทพนมดิน                                                  เนื้อ  ทองแดง

รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ


ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี

หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481

หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม

หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป

พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต

-------------------------------------------------------------------------------------------




รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหาโชค ๑๐๒๘






พระ รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหาโชค ๑๐๒๘

รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ


ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี

หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481

หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม

หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป

พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต

-------------------------------------------------------------------------------------------




รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหามงคล ๒๕๑





พระ รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหามงคล    ๒๕๑ 

รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ


ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี

หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481

หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม

หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป

พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต

-------------------------------------------------------------------------------------------




รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหามงคล ตอกโค้ดพระยานาค






พระ รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหามงคล ตอกโค้ดพระยานาค                                             # ๘๓     

รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ


ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี

หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481

หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม

หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป

พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต

-------------------------------------------------------------------------------------------




รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหาโชค ๔ ต.ค.๔๐






พระ  รูปหล่อเหมือน หลวงปู่ธรรมรังษี รุ่นมหาโชค  ๔ ต.ค.๔๐ 

รายละเอียด:
หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระเกจิที่อาจจะพูดได้ว่า อันดับต้นๆของเมืองสุรินทร์เมื่อยามที่ท่านยังมีชีวิ ตอยู่ คลื่นแห่งความศรัทธาต่างก็ถาโถมไปสู่วัดท่าน อย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องมาจากวัติปฏิบัติที่เข้มข้นของท่านประก อบกับพุทธาคมที่เข้มขลังสายเขมร ยังผลให้ชื่อของท่านถือเป็นสุดยอดแห่งอีสานใต้เลยทีเ ดียว วันนี้ขออนุญาตนำประวัติของท่านมานำเสนอก่อนนะครับ


ประวัติ หลวงปู่ธรรมรังษี

หลวงปู่ธรรมรังษี นามเดิม สุวัฒน์ ฉิง เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ที่ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่ออายุได้ 14 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร 1 พรรษา แล้วลาสิกขาออกมาช่วยบิดา มารดา ทำงานจนอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ วัด เวฬุวนาราม ตำบลเกีย อำเภอโมงฤษี จังหวัดพระตะบอง เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2481

หลวงปู่ธรรมรังษี เป็นพระสงฆ์ที่มีใจใฝ่ปฏิบัติสมาธิภาวนา และกรรมฐาน พร้อมทั้งได้เดินทางเข้ามาศึกษาภาษาไทย ณ วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร จนสามารถอ่าน เขียน พูดภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ท่านเคยได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอโมงฤษี มีสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมรังษี ก่อนที่จะเดินทางมาพำนักอยู่ในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.2517 ประเทศกัมพูชาเกิดสงครามสู้รบกันอย่างรุนแรง หลวงปู่จึงได้ตัดสินใจเดินทาง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว โดยเดินทางจากอรัญประเทศเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเพลงวิปัสนาในปี 2518 เป็นเวลา 1 พรรษา เพื่อฝึกฝนวิปัสปัสนากรรมฐาน ต่อมาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าขี้เหล็ก อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จนถึงปี 2524 ได้เดินทางไปจำพรรษาที่บ้านโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2526 หลวงปู่ได้เดินทางผ่านมาที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ปักกลดที่ป่าเขาพนมดิน ชาวบ้านแถบนี้มาพบเข้าจึงได้นิมนต์ท่านให้พำนักอยู่ ณ บริเวณที่ตั้งวัดป่าพนมดินในปัจจุบัน ท่านได้ตัดสินใจอยู่พัฒนาบุกเบิกเป็นสำนักวิปัสสนากร รมฐาน สร้างศาลาการเปรียญ เสนาสนะและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมจนเจริญรุ่งเรือง ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หลวงปู่ธรรมรังษี นับเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงทางด้านวิปัสสนากรรมฐาน อีกรูปหนึ่ง เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เริ่มตั้งแต่ก่อสร้างสำนักสงฆ์จนได้รับอนุญาตให้จัดต ั้งเป็นวัดพระพุทธบาทพนมดิน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2541 ท่านได้ปรับปรุงก่อสร้างกุฏิสงฆ์ หอสวดมนต์ พระอุโบสถ รั้วคอนกรีตรอบวัด ประตูวัด บูรณะปฏิสังขรณ์อาคารอื่นๆทั้งของวัดและของส่วนราชกา รต่าง ๆ อีกมากมาย บริเวณวัดสะอาด เป็นระเบียบ แลดูร่มรื่นและสวยงาม

หลวงปู่เป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาแก่คนทุกชั้นไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ต่ำหรือสูงศักดิ์ก็ตามท่านจะปฏิบัติอย่างเสมอกันหมด สมกับเป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นตัวอย่างที่ดีของพระสงฆ์ สามเณรและพุทธบริษัททั่วไป

พระธรรมรังษี หรือ หลวงปู่ธรรมรังษี ได้มรณภาพลง เมื่อเวลา 22.48 น. ของคืนวันที่ 9 ตุลาคม 2549 ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธด้วยโรคไต

-------------------------------------------------------------------------------------------




ขุนแผน หลวงปู่ธรรมรังสี หลังอุดผง พิมพ์ใหญ่ เนื้อ โลหะ




พระ ขุนแผน หลวงปู่ธรรมรังสี  หลังอุดผง พิมพ์ใหญ่   เนื้อทองแดงใต้บาดาล

รายละเอียด:
            พระขุนแผนเนื้อทองแดงใต้บาดาล ตอกโค๊ตในซอกแขนซ้ายองค์พระ สร้างวาระผ้าป่าปี ๒๕๔๘


           ปลุกเสกที่วัดละหารไร่ ปลุกเสกโดย หลวงปู่ธรรมรังษี, อาจารย์สาคร วัดหนองกรับ, อาจารย์สิน วัดละหารใหญ่

มีผู้นำไปทดลองยิง ปรากฎยิงไม่ออก ทั้งเป็นเมตตามหานิยมจัด

ด้านหลังบรรจุผงพรายกุมารผสมน้ำมันพญาเสือโครงและเศษกรามช้างน้ำของหลวงปู่ทิม